วินาทีที่ทะลุหลุดเดี่ยวสู่กรอบเขตโทษ แตะบอลหนี เอ็ด เดอ ฮอย นายทวารฮอลแลนด์ แล้วแปลูกสู่ตาข่ายว่างเปล่า เบเบโต้ วิ่งปรี่สู่ เส้นข้างสนาม ยกสองมือขึ้นทำท่าทางอุ้มเด็กน้อยในอ้อมแขนไกวไปมา มันไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลองประตูที่สำคัญที่สุดในชีวิตเพียงอย่างเดียว เพราะเขามอบมันให้กับลูกคนที่สามซึ่งเพิ่งถือกำเนิดเพียงไม่กี่วัน
ห้วงที่ เบเบโต้ ขนาบข้างขวา-ซ้ายด้วย โรมาริโอ และ มาซินโญ่ สองเพื่อนร่วมทีมทำท่าโอบอุ้มเด็กน้อยแกว่งไกวที่สนามคอททอน โบว์ล เมืองดัลลัส กลายเป็นหนึ่งในภาพความทรงจำแห่งศึกเวิลด์ คัพ ซึ่งแฟนบอลมิอาจลืม
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในรอบก่อนรองชนะเลิศปี 1994 ประตูของเขา ซึ่งตามหลังการเปิดบอลจากกรอบโทษทางซ้ายให้ โรมาริโอ สังหารเพียงสิบนาที เป็นสกอร์พา บราซิล นำ ฮอลแลนด์ 2-0 และถึงแม้ทัพกังหันสีส้มตามตีเสมอสำเร็จอย่างน่าอัศจรรย์ ทว่าสุดท้าย เบเบโต้ และผองเพื่อนคือผู้ชนะในบั้นปลาย 3-2 ตบเท้าเดินหน้าบนเส้นทางคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 4 ของประเทศ
โชเซ่ โรแบร์โต้ กามา เด โอลิเวยร่า คือชื่อเต็มของดาวยิงรูปร่างผอมบางจากซัลวาดอร์ เมืองหลวงของรัฐบาเฮีย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล แต่ไม่จำเป็นหรอกที่ใครสักคนจดจำชื่อยาวเหยียดนั้น เพียงแค่รู้ว่าเขาคือ เบเบโต้ ก็เกินพอ
จากแชมป์ฟุตบอลเยาวชนโลกปี 1983 สู่แชมป์โคปา อเมริกา ปี 1989 (คว้าดาวยิงสูงสุด 6 ประตู) เบเบโต้ กลายเป็นหนึ่งใน 22 ขุนพลของทัพเซเลเซา ทำศึกเวิลด์ คัพ 1990 ที่ประเทศอิตาลี น่าเสียดายความล้มเหลวของทีมมาพร้อมกับความผิดหวังของเขาเมื่อไม่มีโอกาสลง เล่นแม้แต่เพียงนัดเดียว
อย่างไรก็ตามหลังจากเก็บข้าวของย้ายจากบราซิล ย้ายสู่ลีกยุโรป กับ เดปอร์ติโบ ลา กอรุนญ่า เบเบโต้ผันตัวกลายเป็นดาวยิงที่เจิดจรัสมากที่สุดคนหนึ่งของโลก เปี่ยมด้วยความเร็ว เทคนิค และรอยยิ้มแห่งชีวิตชีวิตบนใบหน้า
วัย 30 ปี การเป็นตัวจริงหนแรกในเวิลด์ คัพ มาถึงที่ประเทศสหรัฐฯ คู่หู เบเบโต้ กับ โรมาริโอ สร้างชื่อกระฉ่อนโลก เขาพัง 3 ลูก (ชนะ แคเมรูน 1-0 รอบแรก, ชนะ สหรัฐ 1-0 รอบสอง, ชนะ ฮอลแลนด์ 3-2 รอบก่อนรอง) กลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของรายการ
แม้ไม่ประสบความสำเร็จหรือโด่งดังในเกมระดับสโมสร โดยเฉพาะที่ยุโรปซึ่งเล่นให้เพียงสองทีมขนาดกลางในสเปนคือ ลา กอรุนญ่า และ เซบีย่า กระนั้นกับทัพเซเลเซา เบเบโต้เหมาะสมกับคำว่าตำนานอย่างไม่มีข้อสงสัย
75 นัด มีประตูจากเขาถึง 39 ลูก แม้กระทั่งในวัย 34 เมื่อปี 1998 เบเบโต้ ยังรักษาสถานะหัวหอกตัวจริงคอยทำทางให้รุ่นน้องอย่างโรนัลโด้ พาทีมตะลุยถึงรอบชิงชนะเลิศ ด้วยผลงานไม่น้อยกว่าเก่าคือ 3 ประตู ถึงแม้น่าเศร้าที่ความฝันในการป้องกันแชมป์ไม่ประสบผลพ่ายแพ้ ฝรั่งเศส เจ้าภาพอย่างชอกช้ำ 0-3 และนั่นคือเกมสุดท้ายของ เบเบโต้ ในเวิลด์ คัพ
ไร้ข่าวฉาว ทุ่มเททั้งในและนอกสนาม ใช้ชีวิตอย่างสงบเรียบง่าย เขาเป็นคนประเภท ‘เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ส่วนผมเหมือนพวกแมวข้างถนน’ โรมาริโอ คู่หูจอมเสเพลของเขาว่า เบเบโต้อาจไม่มีแคแรกเตอร์ที่จะเป็นซูเปอร์สตาร์ของฟุตบอลบราซิล ทว่าหากเทียบในเชิงลูกหนัง หัวหอกร่างผอมบางรายนี้ไม่มีทางเป็นรองผู้ใด
ชายหนุ่มผู้เรียบง่ายชอบใช้ฝีเท้าแทนคำพูดมากกว่า… นั่นแหละตำนานผู้ถูกลืมแห่งบราซิล
ถ้วยของเบเบโต้
เกิด : ซัลวาดอร์, บราซิล วันที่ 16 ก.พ. 1964
ตำแหน่ง : กองหน้า
เกียรติยศ
* กับ ฟลาเมงโก
แชมป์ลีกบราซิล 1983
* กับ วาสโก ดา กาม่า
แชมป์ลีกบราซิล 1989
* กับ เดปอร์ติโบ ลา กอรุนญ่า
แชมป์โกปา เดล เรย์ 1995
แชมป์ซูเปร์ โกปา เด เอสปันญ่า 1995
* กับ ทีมชาติอาร์เจนตินา
แชมป์เวิลด์ คัพ 1994
แชมป์ฟีฟ่า ยู-20 เวิลด์ คัพ 1983
แชมป์ฟีฟ่า คอนเฟดเดเรชั่นส์ คัพ 1997
แชมป์โคปา อเมริกา 1989
* รางวัลส่วนตัว
นักเตะยอดเยี่ยมอเมริกาใต้ 1989
ดาวยิงสูงสุดโคปา อเมริกา 1989
ดาวยิงสูงสุดลา ลีกา 1993
ดาวยิงสูงสุดบราซิล เซเรีย อา 1992


























