Posted on 23 April 2010 by halahuya
ซอคเกอร์ ซิตี้ (Soccer City)

เมือง โยฮันเนสเบิร์ก ( โยฮันเนสเบิร์ก เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศแอฟริกาใต้ และเป็นเมืองหลวงของจังหวัดเคาเตง (Gauteng) อันเป็นเขตที่มั่งคั่งและเป็นแหล่งเศรษฐกิจที่ใหญ่สุดของแอฟริกาใต้ เป็นเขตเมืองใหญ่ติดอัน 40 ของโลก และเป็นหนึ่งในสองเมืองระดับโลกของแอฟริกาที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก )
ความจุ 94,700 ที่นั่ง
ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,753 เมตร
สนามกีฬาแห่งนี้ ถือว่ามีความสวยงามที่สุด และ ยังมีขนาดที่ใหญ่ที่สุดในการแข่งขันศึกเวิลด์คัพ 2010 ในครั้งนี้ เนื่องจากสามารถรองรับคนได้มากถึง 94,700 ที่นั่ง
ซ็อคเกอร์ ซิติ้ ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1987 ก่อนที่จะถูกปรับปรุงใหม่ในเวลาต่อมา สนามกีฬาแห่งนี้ จะใช้ในนัดเปิดสนาม และนัดชิงชนะเลิศ ในศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบๆบริเวณอัฒจันทร์ของสนาม ยังคงความงดงามในยามค่ำคืน ด้วยแสงสีตระการตา หลังถูกดีไซน์มาโดยเฉพาะ ตัวสนามกีฬาถูกออกแบบรูปทรงให้คล้ายกับ”คาลาบาช”ซึ่งเป็นผลไม้ประจำพื้น เมือง
ซ็อคเกอร์ ซิติ้ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ ของประเทศ สนามแห่งนี้ยังทำหน้าที่รับหน้าสื่อให้เป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬาระดับโลก หลายประเภท ซึ่งก่อนหน้านี้ความจุของสนามสูงสุดอยู่ที่ 80,000 ที่นั่ง ก่อนที่จะถูกปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อฟุตบอลโลก 2010 โดยเฉพาะ และขยายเพิ่มมาเป็น 94,700 ที่นั่ง สนามถูกอัพเกรดแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2009
Posted on 23 April 2010 by halahuya
ปีเตอร์ โมคาบา สเตเดี้ยม (Peter Mokaba Stadium)

เมือง โพล็อควาเน่
ความจุ 46,000 ที่นั่ง
ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,310 เมตร
สนามแห่งนี้ถูกตั้งชื่อตาม บุคคลที่มีอิทธิพลในการต่อสู้กับการเหยียดสีผิว เพื่อปลดปล่อยอิสระภาพ ของชาวแอฟริกาจนได้รับชัยชนะ นามว่า ปีเตอร์ โมคาบา (Peter Mokaba)
การออกแบบโครงสร้างของคอนกรีตได้แรงบันดาลใจมาจากต้นไม้เบาบาบ ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำท้องถิ่น รวมทั้งหลังคาที่สร้างด้วยเหล็ก เสาทุกมุมก็จำลองมาจากรูปแท์งก์ขนาดใหญ่ สนามแห่งนี้อยู่ห่างจากใจกลางเมืองโพลอกวาเน่ ประมาณ 5 กิโลเมตร มีความจุอยู่ที่ 46,000 ที่นั่ง สนามแห่งนี้แต่เดิมเคยเป็นสนามเก่าที่ชื่อ โอลด์ ปีเตอร์ โมคาบา สเตเดี้ยม ในเมืองโปลอกวาเน่ จังหวัดลิมปูปู ก่อนที่จะมาสร้างใหม่ใช้ชื่อ ปีเตอร์ โมโคบา สเตเดี้ยม
อดีตเจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำปีของแอฟริกัน ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา เคยพาทีมชาติไอวอรี่โคตส์มาเปิดตัวเล่นรายการแอฟริกันเนชั่นคัพรอบคัดเลือก ที่พบกับเจ้าบ้านแอฟริกาใต้ที่สนาม โอลด์ ปีเตอร์ โมโคบา สเตเดี้ยม แห่งนี้ด้วย
Posted on 23 April 2010 by halahuya
เอ็มบอมเบล่า สเตเดี้ยม (Mbombela Stadium)

เมือง เนลสปริท ( เนลสปริท เป็นเมืองทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศแอฟริกาใต้ ตั้งอยู่บนแม่น้ำครอคอไดล์ โดยเมืองเนลสปริทเริ่มก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ. 2448 โดยเป็นเมืองหลวงของจังหวัดอูมพูมาลังกา (Mpumalanga) ปัจจุบันมีประชากรประมาณสองแสนคน
เศรษฐกิจของเมืองได้แก่อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม โดยเป็นศูนย์กลางสำหรับภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ สินค้าหลักที่สำคัญได้แก่ กระดาษ เฟอร์นิเจอร์ ผลไม้จำพวกส้ม มะม่วง กล้วย อโวคาโด้ และถั่วแมคาเดเมีย )
ความจุ 46,000 ที่นั่ง
ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 660 เมตร
เป็นสนามกีฬาที่ถูกสร้างใหม่เพื่อรองรับศึกฟุตบอลโลก 2010 โดยตรง และได้มีการนำชื่อเทศบาลเมืองท้องถิ่นคือ เนลสปริท (Nelspruit), เอ็มบอมเบล่า (Mbombela) มารวมกันเพื่อตั้งเป็นชื่อสนามหมายถึง ซิสวาติ เป็นหนึ่งใน 11 ภาษาราชการในแอฟริกาใต้ และความหมายที่แท้จริงก็คือ คนกลุ่มใหญ่มารวมกันอยู่ในพื้นที่เล็กๆ
เอ็มบอมเบล่า สเตเดี้ยม อยู่ห่างจากตัวเมือง ประมาณ 7 กิโลเมตร และ 12 กิโลเมตร จากสนามบิน เอ็มปูมาลานก้า เอ็มบอมเบล่า สเตเดี้ยม เป็นหนึ่งในสนามแห่งใหม่ในเมือง เนลส์พรุท
เอ็มบอมเบล่า ได้มาพร้อมกับการปลุกกระแสฟุตบอลในเมือง เนลส์พรุท และได้ทิ้งมรดกที่สวยงามไว้ใหคนท้องถิ่นอย่างเอ็มปูมาลานก้าไว้ได้เชยชม เพราะก่อนที่ เอ็มบอมเบล่า สเตเดี้ยม จะถูกสร้างขึ้น ชนพื้นเมืองในเนลส์พรุทไม่ค่อยนิยมกีฬาฟุตบอลมากนัก และไม่มีทีมฟุตบอลท้องถิ่นเป็นของตัวเองอีกด้วย
และ สนามแห่งนี้ ยังใกล้กับ อุทยาน จึงทำให้ได้มีโอกาสชมสัตว์ป่า ได้อีกด้วย
Posted on 23 April 2010 by halahuya
ลอฟตัส เวิร์สเฟลด์ สเตเดี้ยม (Loftus Versfeld Stadium)

เมือง พริทอเรีย ( พริทอเรีย เป็นเมืองหลวงศูนย์กลางการบริหารประเทศแอฟริกาใต้ อยู่ในเขตจังหวัด Gauteng มีจำนวนประชากรประมาณ 3 ล้านคนเศษประเทศแอฟริกาใต้ได้จัดลำดับเมืองหลวงออก เป็นสามเมืองได้แก่ กรุงพริทอเรีย เป็นเมืองศูนย์กลางการบริหารประเทศ และอีกสองเมืองคือ เคปทาวน์และโบลเอมฟอนเทอิน กรุงพริทอเรีย นอกจากจะเป็นเมืองหลวงของประเทศแล้ว ยังเป็นเมืองที่ศูนย์กลางธุรกิจการพาณิชย์เมืองหนึ่งของประเทศแอฟริกาใต้ )
ความจุ 50,000 ที่นั่ง
ลอฟตัส เวิร์สเฟลด์ สเตเดี้ยม เป็นหนึ่งในสนามกีฬาที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศแอฟริกาใต้ สนามกีฬาแห่งนี้เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 1903 สำหรับเทศกาลกีฬาที่สำคัญต่างๆ และ เป็นโครงสร้างคอนกรีต จุจำนวนผู้ชมได้แค่ 2,000 คน สนามแห่งนี้ได้ถูกปรับปรุงใหม่ให้มีการรองรับผู้ชมได้มากขึ้นถึง 50,000 คน เพื่อรองรับเทศกาลฟุตบอลโลก 2010 ทั้งนี้สภาเมืองของปรีโตเรียได้สร้างสนามนี้ขึ้นในปี 1923
ตั้งแต่ปี 1948 สนามถูกปรับปรุงขึ้นมาใหม่ ซึ่งถูกใช้แข่งขันทั้งรักบี้ และฟุตบอล อีกทั้งยังเป็นสนามเหย้าของทีมรักบี้ท้องถิ่น”เดอะ บลูส์ บูล”อีกด้วย ลอฟตัส เวอร์สฟิลด์ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ชวาเน่/ปรีโตเรีย มีความจุที่นั่งทั้งหมด 50,000 ที่นั่ง เคยผ่านศึกใหญ่มาแล้วทั้ง รักบี้ชิงแชมป์โลกปี 1995 และ แอฟริกันเนชั่นคัพปี 1996 ปัจจุบันเป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอล มาเมโลดี้ ซันดาวน์ส และ ซูเปอร์สปอร์ต ยูไนเต็ด ทีมชาติฟุตบอลแอฟริกาใต้ หรือ”บาฟาน่า บาฟาน่า”ได้รับชัยชนะเหนือทีมจากยุโรปบนสนามแห่งนี้เป็นครั้งแรกเมื่อปี 1999 ด้วยการชนะสวีเดน 1-0
Posted on 23 April 2010 by halahuya
รอยัล บาโฟเกง สเตเดี้ยม (Royal Bafongkeng Stadium)

เมือง รัสเทนเบิร์ก
ความจุ 42,000 ที่นั่ง
ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,500 เมตร
เป็นอีกสนามกีฬาที่ถูกปรับปรุงขึ้นใหม่อีกครั้ง ให้มีความจุของผู้คนที่เข้ามาชมเกมการแข่งขันให้มากขึ้นถึง 42,000 ที่นั่ง ส่วนเรื่องการเดินทางถือว่าสะดวกมาก ถ้าเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว โดยเริ่มต้นจากเมือง ซัน ซิตี้ จะใช้เวลาเพียง 25 นาที เท่านั้น และ 30 นาที จาก พิเลนส์เบิร์ก มันอยู่ไกลจากตัวเมืองรุสเท่นเบิร์กประมาณ 12 กิโลเมตร ก็จะถึงใจกลางเมืองรัสเทนเบิร์ก อย่างง่ายดาย
ชื่อสนามแห่งนี้ถูกตั้งตามกลุ่มคนพื้นเมืองบาโฟเกง ที่มาก็คือในปี 1991 ชาวบาโฟกงชนะในการขอสิทธิทางกฏหมาย ด้วยการได้รับที่ดินเหมืองทองคำขาวเป็นจำนวน 20% และได้ทำแบ่งพื้นที่เหมืองทองคำขาวเหล่านั้นมาเพื่อสร้างสนามแห่งนี้ ทีมชาติแอฟริกาใต้เคยใช้สนามแห่งนี้ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2001 ด้วยการเอาชนะ บากิโน ฟาโซ 2-1
Posted on 23 April 2010 by halahuya
เนลสัน แมนเดล่า เบย์ (Nelson Mandela Bay Stadium)

เมือง พอร์ท อลิซาเบธ
ความจุ 48,000 ที่นั่ง
ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 0 เมตร
สนามแห่งนี้ตั้งอยู่บนชายฝั่งของนอร์ท เอนด์ (North End) สนามกีฬาแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นใหม่ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับศึกฟุตบอลโลก 2010 และ ยังเป็นสถานที่ที่ใช้ในนัดชิงอันดับที่ 3 และรอบแปดทีมสุดท้าย รวมถึงรอบแบ่งกลุ่ม รวมทั้งสิ้นทั้งหมด 8 แมทช์ ในเวิล์ดคัพ
พื้นที่ของสนามตั้งอยู่ติกับทะเลสาป นอร์ท เอนด์ เลค สนามถูกสร้างแล้วเสร็จในปี 2009 นี้เอง เนลสัน มานเดเล เบย์ สนามแห่งนี้น่าจับตามองมาก โดยเฉพาะโครงสร้างหลังคาที่เป็นเอกลัษณ์ และทิวทัศน์ที่สามารถมองเห็นทะเลสาปได้อย่างชัดเจน
ช่วงที่ เนลสัน มานเดเล เบย์ อยู่ในระหว่างก่อสร้าง การแข่งขันฟุตบอลระดับชาติจะไปใช้สนามกีฬาแห่งชาติรักบี้ทางตะวันออกของ ประเทศชื่อ อีพีอาร์ยู สเตเดี้ยม สนามแห่งนี้ผ่านการทดลอลเกมมาแล้ว ในการแข่งขันฟุตบอลระหว่าง ออร์แลนโด พิราเตส กับ ไกเซอร์ ชีฟส์ ซึ่งการแข่งขันครั้งนั้นได้รับความสนใจจากแฟนบอลแอฟริกาใต้ จนเข้ามาชมเกมในสนามอย่างคับคั่ง
Posted on 23 April 2010 by halahuya
ฟรี สเตท สเตเดี้ยม (Free State Stadium)

เมือง บลูมฟอนเตน ( บลูมฟอนเตน (Bloemfontein) เป็นเมืองหลวงศูนย์กลางทางฝ่ายศาลของประเทศแอฟริกาใต้ มีประชากรประมาณ 645,455 คน ชื่อของเมืองนี้ในภาษาแอฟริกาน และภาษาดัตซ์ มีความหมายว่า “ดอกไม้บาน” )
ความจุ 48,000 ที่นั่ง
ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,400 เมตร
เป็นสนามกีฬาที่ถูกปรับปรุงขึ้นใหม่เพื่อรองรับเหล่าคนที่คลั่งกีฬาลูกหนัง สถานที่แห่งนี้เป็นอีกสนามที่เคยใช้จัดศึกคอนเฟดเดอเรชั่น คัพ 2009 มาแล้ว ในนัดที่ สเปน พบ สหรัฐอเมริกา และ เป็นการสร้างประวัติศาสตร์ในการที่ทีมชาติอเมริกา เอาชนะ แชมป์ทวีปยุโรป ในที่สนามแห่งนี้
ตัวสนามตั้งอยู่บนใจกลางเมือง บลูมฟอนเทน ทางใต้ของประเทศ ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1952 เป็นสนามกีฬาขนาดกลาง ฟรี สเต็จ สเตเดี้ยม ถูกปรับปรุงความจุขึ้นมาจากเดิม 38,000 ที่นั่ง เพิ่มเป็น 48,000 ที่นั่ง ฟรี สเต็จ สเตเดี้ยม ยุคปรับปรุงใหม่ ถูกใช้ในการจัดการแข่งขันฟุตบอลและรักบี้เป็นส่วนมาก ตามธรรมชาติของคนพื้นเมืองบลูมฟอนเทน จะรักการเล่นและดูกีฬาเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอล เป็นที่คลั่งใคล้ในเมืองนี้มาก โดยมีสโมสร บลูมฟอนเทน เซลติก เป็นทีมท้องถิ่น
Posted on 23 April 2010 by halahuya
เอลลิส พาร์ค สเตเดี้ยม (Ellis Park Stadium)

เมือง โยฮันเนสเบิร์ก ( โยฮันเนสเบิร์ก เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศแอฟริกาใต้ และเป็นเมืองหลวงของจังหวัดเคาเตง (Gauteng) อันเป็นเขตที่มั่งคั่งและเป็นแหล่งเศรษฐกิจที่ใหญ่สุดของแอฟริกาใต้ เป็นเขตเมืองใหญ่ติดอัน 40 ของโลก และเป็นหนึ่งในสองเมืองระดับโลกของแอฟริกาที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
ความจุ 62,000 ที่นั่ง
ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,753 เมตร
สนามกีฬาแห่งนี้ตั้งอยู่ในใจกลางกรุงโยฮันเนสเบิร์ก และ เป็นสถานที่ที่ใช้จัดการแข่งขันกีฬาระดับประเทศมาแล้วมากมาย รวมถึงศึกคอนเฟดเดอเรชั่น คัพ 2009 นัดชิงชนะเลิศ บราซิล พบ สหรัฐอเมริกา และ สนามกีฬาแห่งนี้ได้ถูกปรับปรุงครั้งใหญ่อีกรอบ เพื่อรองรับจำนวนผู้ชมให้มากขึ้นถึง 62,000 ที่นั่ง ซึ่งจากเดิมรองรับได้เพียง 57,000 ที่นั่ง เท่านั้น
เอลลิส ปาร์ค ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1928 ใช้ทำการแข่งขันรักบี้มาก่อน จากนั้นก็ถูกทุบทิ้งและสร้างขึ้นใหม่ในปี 1982 แต่ยังถูกคงไว้สำหรับกีฬารักบี้อยู่ดี โดยใช้ชื่อ เจดี เอลลิส และได้รับการอนุมัติจากสมาชิกสภาเมืองให้ครอบครองพื้นที่ถึง 13 เอเคอร์ส
สนามกีฬาแห่งนี้ถือเป็นสนามเวทย์มนตร์สำหรับชาวแอฟริกาใต้ นับตั้งแต่ทีมรักบี้ของแอฟริกาใต้ ช็อกโลกด้วยการเอาชนะ ยอดทีมอย่งนิวซีแลนด์ไปได้ในศึกรักบี้ชิงแชมป์โลกในปี 1995 เอลลิส ปาร์ค สเตเดี้ยม ยังคงเป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลดังอย่าง ออร์แลนโด พิราเตส เอฟซี
Posted on 23 April 2010 by halahuya
โมเซส มาดิบา สเตเดี้ยม หรือ เดอร์บัน สเตเดี้ยม (Durban Stadium)

เมือง เดอร์บัน ( เดอร์บัน เป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับสามของประเทศแอฟริกาใต้ เดอร์บันเป็นนครที่ะมีท่าเรือที่จอแจที่สุดในทวีปแอฟริกา และด้วยอากาศแบบเขตร้อน (ซับทรอปิคอล) และหาดทรายต่าง ๆ ทำให้มันเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวขนาดใหญ่อีกด้วย
จากการสำรวจเมื่อ พ.ศ. 2550 เมืองมีประชากรเกือบ 3.5 ล้านคน เดอร์บันมีพื้นที่แผ่นดิน 2,292 ตร.กม. ซึ่งโดยเปรียบเทียบแล้วใหญ่กว่าเมืองอื่น ๆ ในแอฟริกาใต้ ทำให้มันมีความหนาแน่นของประชากรต่ำ คือ 1,513 คน/ตร.กม. )
ความจุ 70,000 ที่นั่ง
ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 0 เมตร
สนามแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ในเมืองที่ว่ากันว่าสวยงามที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศ อย่าง ดูร์บาน อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า โมเซส มาบฮิดา สเตเดี้ยม เป็นหนึ่งในสนามที่ใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 รอบรองชนะเลิศ สนามแห่งนี้ ถูกออกแบบในเชิงสถาปัตยกรรม และมีตัวอย่างแรงบันดาลใจมาจากสัญลักษณ์ธงชาติของพวกเขา ด้วยการออกแบบเสาที่เป็นรูปโค้งแยกเป็น 2 ขา ควบคู่กันไปตั้งแต่ทางทิศใต้ จนกระทั่งประสานเป็นขาเดียวไปสิ้นสุดในทิศเหนือของสนาม
มีจุดเด่นตรงความสูงจากพื้นสนามถึงจุดสูงสุดที่ 350 เมตร และความยาว 106 เมตร ตัวอัฒจรรย์ถูกออกแบบให้ผู้ชมได้เห็นเกมการแข่งขันแบบสะดวกสบายในทุกที่นั่ง
สนามแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในบริเวณ เดอะ โอลด์ คิงส์ พาร์ค สเตเดี้ยม หรือตระกูล โมเซส มาบฮิดา ที่ถือกำเนิดมาวันที่ 14 ตุลาคม 1923 ใน ธอร์นวิลเล่ พีเทอร์มาริทซ์เบิร์ก เป็นครอบครัวยากจน โดยภายหลังถูกบังคับให้ขายที่แห่งนี้ในปี 1963 โดยคำสั่งของ โอลิเวอร์ แทมโบ จากนั้น มาบฮิดา ไปทำงานอยู่ในกรุงปราก ก่อนที่จะกลับมาทำหน้าที่ทางการทหาร และกลายเป็นผู้นำทางด้านการเมือง
Posted on 23 April 2010 by halahuya
กรีน พอยต์ สเตเดี้ยม (Green Point Stadium)

เมือง เคปทาวน์ ( เคปทาวน์ เป็นเมืองใหญ่อันดับสามและเป็นเมืองหลวงศูนย์กลางของฝ่ายนิติบัญญัติของประเทศแอฟริกาใต้ มีพื้นที่ 2,499 ตารางกิโลเมตร มีประชากร 3,497,097 คน (พ.ศ. 2550) )
ความจุ 70,000 ที่นั่ง
ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 0 เมตร
เป็นหนึ่งในสนามฟุตบอลที่ถูกสร้างได้อย่างวิจิตรศิลป์ และเต็มไปด้วยความน่าหลงไหลที่สุด ซึ่งการออกแบบผสมผสานระหว่างความทันสมัย แต่คงไว้ด้วยเอกลัษณ์ในแบบแอฟริกา สนามแห่งนี้ถูกวางไว้รองรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 รอบรองชนะเลิศ
นอกจากจะใช้เป็นเวทีฟุตบอลโลก 2010 แล้ว ยังมีไว้รองรับกิจกรรมที่สำคัญไม่ว่าจะเป็น พิธีการแสดง หรือ งานคอนเสิร์ต กรีน พอยท์ สเตเดี้ยม มีจุดเด่นคือตั้งอยู่ติดมหาสมุทร ขนาดที่ว่าโยนก้อนหินจากสนามไปถึงได้เลย แถมยังรายล้อมไปด้วยภูเขาสูง เรียกว่าเป็นสนามแห่งธรรมชาติอย่างแท้จริง สถานที่ตั้งก็เดินทางมาได้อย่างสะดวกสบาย สามารถเดินในระยะทางที่สั้นจากใจกลางเมืองสู่สนาม หรือไม่ก็จะมีรถรับส่งคอยบริการ
สนามใหม่แห่งนี้แต่เดิมเคยเป็นสนามกอล์ฟ ก่อนที่จะถูกสร้างเป็นสนามฟุตบอลในเวลาต่อมา
สร้างเสร็จในเดือนธันวาคม 2009 ถือว่าเป็นสนามที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากในปี 2010 นอกจากจะใช้ในการแข่งขันกีฬาฟุตบอล ยังมีไว้สำหรับกีฬาดังๆในแอฟริกาใต้อย่างรักบี้ อีกด้วย